<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>P0p&#039;s Blog</title>
	<atom:link href="http://p0pblog.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://p0pblog.wordpress.com</link>
	<description>เรื่องราวคอมพิวเตอร์และไอที</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Oct 2009 08:42:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='p0pblog.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://1.gravatar.com/blavatar/f857370097fb2b1c442d8f92836a631f?s=96&#038;d=http%3A%2F%2Fs2.wp.com%2Fi%2Fbuttonw-com.png</url>
		<title>P0p&#039;s Blog</title>
		<link>http://p0pblog.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://p0pblog.wordpress.com/osd.xml" title="P0p&#039;s Blog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://p0pblog.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>Wi-Fi Direct vs Ad-hoc vs Bluetooth</title>
		<link>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/wi-fi-direct-vs-ad-hoc-vs-bluetooth/</link>
		<comments>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/wi-fi-direct-vs-ad-hoc-vs-bluetooth/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2009 08:42:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>p0p</dc:creator>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Ad-hoc]]></category>
		<category><![CDATA[Bluetooth]]></category>
		<category><![CDATA[Wi-Fi Direct]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://p0pblog.wordpress.com/?p=20</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อ วันพุธที่ผ่านมา องค์กร Wi-Fi Alliance ที่วิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีไร้สายโดยเฉพาะ ได้มีการประกาศรูปแบบการเชื่อมต่อของ Wi-Fi แบบใหม่ออกมา คือการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi peer to peer หรือที่เรียกว่า Wi-Fi Direct โดยเป็นการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดระหว่างเทคโนโลยีแบบไร้สายด้วยกันเอง (แปลง่ายๆคือเชื่อมต่อเครื่อง 2 เครื่องเข้าหากันแบบไร้สาย โดยไม่ต้องใช้ Access Point) ซึ่งหลายคนคงทราบดีแล้วว่ามีการประกาศออกมา แต่ทราบไหมครับว่า มันแตกต่างกับการเชื่อมต่อแบบ Ad-hoc อย่างไร?? เพราะมันก็เป็นการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดในระบบ Wi-Fi เช่นกัน.. ถ้ามองในแง่ เปรียบเทียบรูปแบบการเชื่อมต่อระหว่าง Wi-Fi Direct กับ Ad-hoc Network แล้วหละก็ ถือว่าแทบไม่ต่างกันเลยทีเดียว เพราะเป็นการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดเหมือนกัน และก็ยังคงใช้โปรโตคอล TPC/IP เหมือนกัน แต่ว่าการทำงานของ Ad-hoc ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่การเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกัน หรือไม่ก็เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตมาใช้ในงานเฉพาะด้าน เช่นเซ็นเซอร์ไร้สาย (Wireless Sensor Networks) ที่มีรูปแบบของระบบเครือข่ายเป็น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=p0pblog.wordpress.com&amp;blog=10183379&amp;post=20&amp;subd=p0pblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><a title="Wi-Fi Direct vs Ad-hoc vs Bluetooth" rel="lightbox[photolist3779]" href="http://blog.fukduk.tv/files/cover/Wi-Fi%20Direct.jpg"><img src="http://blog.fukduk.tv/files/imagecache/cover_center/files/cover/Wi-Fi%20Direct.jpg" alt="" /></a>เมื่อ วันพุธที่ผ่านมา องค์กร Wi-Fi Alliance ที่วิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีไร้สายโดยเฉพาะ ได้มีการประกาศรูปแบบการเชื่อมต่อของ Wi-Fi แบบใหม่ออกมา คือการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi peer to peer หรือที่เรียกว่า Wi-Fi Direct โดยเป็นการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดระหว่างเทคโนโลยีแบบไร้สายด้วยกันเอง (แปลง่ายๆคือเชื่อมต่อเครื่อง 2 เครื่องเข้าหากันแบบไร้สาย โดยไม่ต้องใช้ Access Point) ซึ่งหลายคนคงทราบดีแล้วว่ามีการประกาศออกมา แต่ทราบไหมครับว่า มันแตกต่างกับการเชื่อมต่อแบบ Ad-hoc อย่างไร?? เพราะมันก็เป็นการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดในระบบ Wi-Fi เช่นกัน..<span id="more-20"></span></p>
<p>ถ้ามองในแง่ เปรียบเทียบรูปแบบการเชื่อมต่อระหว่าง Wi-Fi Direct กับ Ad-hoc Network แล้วหละก็ ถือว่าแทบไม่ต่างกันเลยทีเดียว เพราะเป็นการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดเหมือนกัน และก็ยังคงใช้โปรโตคอล TPC/IP เหมือนกัน แต่ว่าการทำงานของ Ad-hoc ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่การเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกัน หรือไม่ก็เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตมาใช้ในงานเฉพาะด้าน เช่นเซ็นเซอร์ไร้สาย (Wireless Sensor Networks) ที่มีรูปแบบของระบบเครือข่ายเป็น Mesh Networks ดังนั้นสิ่งที่ต่างกันระหว่าง Wi-Fi Direct กับ Ad-hoc Network อย่างเห็นได้ชัดก็คือรูปแบบการใช้งานเสียมากกว่า เช่นการเชื่อมต่อกันระหว่างมือถือ หรือระหว่างอุปกรณ์ไร้สายแบบต่างๆ เช่น PDA, หูฟังแบบไร้สาย หรือลำโพงแบบไร้สายเป็นต้น ทำให้ระบบไร้สายในปัจจุบัน ทำงานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ไม่จำกัดอยู่แค่คอมพิวเตอร์อีกต่อไป</p>
<p>และถ้าเปรียบเทียบรูปแบบการใช้งาน กับสิ่งที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ก็เห็นจะเป็นการมาแทนที่ของ Bluetooth นั้นเอง เพราะการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth นั้นเป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 ตัวเข้าหากันอยู่แล้ว แต่ด้วยระยะที่ใกล้กว่า และความเร็วที่ต่ำกว่า Wi-Fi Direct อย่างมาก จะทำให้เทคโนโลยีของ Bluetooth นั้นถูกแทนที่ด้วย Wi-Fi Direct อย่างแน่นอน</p>
<p>สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องระบบความปลอดภัย ซึ่งหลายคนอาจจะทราบว่า WEP WPA เดี๋ยวนี้มันเฮกได้แบบไม่ยากเย็นอะไร อีกทั้งยังเรื่องการใส่หมายเลข 64,128 bit อีก คงไม่มีใครอยากเชื่อมต่อหูฟังแบบไร้สาย โดยใส่รหัส 16 ตัวหรอกนะครับ และแถมยังมีโอกาสที่มันจะไปดังที่หูฟังคนอื่นด้วย อันนี้ก็ต้องดูกันต่อไปกันยาวๆนะครับว่า Wi-Fi Direct จะพัฒนาตรงนี้ได้หรือไม่</p>
<p>สรุปการมาของ Wi-Fi Direct นั้นไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรมาก นอกจากมาแทนเทคโนโลยีของ Bluetooth เท่านั้น แต่ด้วยความที่คนเรามีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ทำให้อาจจะมีการพัฒนาอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานที่หลากหลายมากขึ้นนั้นเอง เช่น อีกหน่อย หูฟังแบบไร้สาย อาจจะเชื่อมต่อกันเองได้โดยไม่ต้องผ่านมือถือ เพื่อสื่อสารกับเพื่อนใกล้ๆเหมือนกับวิทยุสื่อสารนั้นเอง หรือถ้าใครมีไอเดียอื่นๆอีก ก็ลองมาคุยกันได้นะครับ</p>
<p>ps. รูปภาพด้านบนนั้นเป็นการทำภาพขึ้นมาเองนะครับ ไม่ใช่โลโก้ของมาตรฐานแต่อย่างใด</p>
<p>ข้อมูลที่มา Wi-Fi Direct &#8211; <a href="http://www.wi-fi.org/news_articles.php?f=media_news&amp;news_id=909">Wi-Fi.org</a>, <a href="http://arstechnica.com/hardware/news/2009/10/wi-fi-direct-protocol-to-ease-peer-to-peer-wifi-connections.ars">Arstechnica</a>, <a href="http://news.cnet.com/8301-30686_3-10374914-266.html?tag=mncol">Cnet</a>, <a href="http://www.pcworld.com/article/173695/wifi_alliance_announces_wifi_direct_spec.html">PCworld</a></p>
<p>ข้อมูลที่มา Ad-hoc &#8211; <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wireless_ad_hoc_network">Wikipedia</a></p>
<div>
<div>
<div>
<div>แหล่งที่มา:</div>
<p>http://blog.fukduk.tv</p></div>
</div>
</div>
</div>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/p0pblog.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/p0pblog.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/p0pblog.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/p0pblog.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/p0pblog.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/p0pblog.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/p0pblog.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/p0pblog.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/p0pblog.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/p0pblog.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/p0pblog.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/p0pblog.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/p0pblog.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/p0pblog.wordpress.com/20/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=p0pblog.wordpress.com&amp;blog=10183379&amp;post=20&amp;subd=p0pblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/wi-fi-direct-vs-ad-hoc-vs-bluetooth/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8ddeff44a487b48e718fa86f0061c822?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">p0p</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://blog.fukduk.tv/files/imagecache/cover_center/files/cover/Wi-Fi%20Direct.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>รีวิว Windows 7 ตัวจริง: ตอนที่ 2</title>
		<link>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-windows-7-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/</link>
		<comments>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-windows-7-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2009 08:29:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>p0p</dc:creator>
				<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[Windows 7]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://p0pblog.wordpress.com/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[รีวิว Windows 7 ตอนที่สอง ว่าด้วยสเปกฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำ คำถามว่าควรใช้ 32 บิทหรือ 64 บิท จากนั้นเข้าสู่เรื่องหน้าตาและรูปลักษณ์ รวมไปถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดจาก Vista มายัง Windows 7 นั่นคือ Taskbar อันใหม่นั่นเอง บทความในชุด: รีวิว Windows 7 ตัวจริง: ตอนที่ 1 ฮาร์ดแวร์ จริงๆ ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมลืมเขียนในตอนที่แล้ว ขอยกยอดมารวมไว้ในตอนที่สองนะครับ ไมโครซอฟท์ระบุสเปกขั้นต่ำของพีซีที่จะรัน Windows 7 ไว้ในหน้า Windows 7 system requirement ดังนี้ ซีพียู 1 GHz ขึ้นไป แรมอย่างน้อย 1 GB (สำหรับ 32 บิท) หรือ 2GB (สำหรับ 64 บิท) พื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=p0pblog.wordpress.com&amp;blog=10183379&amp;post=15&amp;subd=p0pblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<p>รีวิว Windows 7 ตอนที่สอง ว่าด้วยสเปกฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำ คำถามว่าควรใช้ 32 บิทหรือ 64 บิท จากนั้นเข้าสู่เรื่องหน้าตาและรูปลักษณ์ รวมไปถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดจาก Vista มายัง Windows 7 นั่นคือ Taskbar อันใหม่นั่นเอง<span id="more-15"></span></p>
<p>บทความในชุด: <a href="http://www.blognone.com/node/13069">รีวิว Windows 7 ตัวจริง: ตอนที่ 1</a></p>
<h4>ฮาร์ดแวร์</h4>
<p>จริงๆ ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมลืมเขียนในตอนที่แล้ว ขอยกยอดมารวมไว้ในตอนที่สองนะครับ ไมโครซอฟท์ระบุสเปกขั้นต่ำของพีซีที่จะรัน Windows 7 ไว้ในหน้า <a href="http://www.microsoft.com/windows/windows-7/get/system-requirements.aspx">Windows 7 system requirement</a> ดังนี้</p>
<ul>
<li>ซีพียู 1 GHz ขึ้นไป</li>
<li>แรมอย่างน้อย 1 GB (สำหรับ 32 บิท) หรือ 2GB (สำหรับ 64 บิท)</li>
<li>พื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ 16 GB (สำหรับ 32 บิท) หรือ 20GB (สำหรับ 64 บิท)</li>
<li>การ์ดจอที่สนับสนุน DirectX 9 ขึ้นไป</li>
</ul>
<p>ถ้าใครจำสเปกของ Windows Vista ได้ มันคือสเปกเดียวกันครับ!!! เวลาห่างกัน 3 ปีแต่ว่าต้องการฮาร์ดแวร์เท่าเดิม ซึ่ง 3 ปีมานี้หลายๆ คนเปลี่ยนเครื่องกันแล้ว ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนหันมาใช้ Windows 7 ได้มากขึ้น</p>
<p>บางคนอาจมีคำถามว่าทำไมยังใช้ฮาร์ดแวร์เท่าเดิม คำตอบก็อยู่ในตอนแรกว่านี่คือ &#8220;แพลตฟอร์ม&#8221; นั่นเอง ในเมื่อข้างใต้ของ Windows 7 แทบจะเหมือนกับ Vista ทุกประการ เป็น &#8220;แพลตฟอร์ม Vista&#8221; เหมือนกัน จึงไม่มีเหตุอันควรอะไรที่จะต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่ม ถ้ามองในแง่วิวัฒนาการของระบบ ก็เรียกได้ว่าสิ่งที่ไมโครซอฟท์ลงทุนพัฒนาเอาไว้เริ่มจะลงตัวแล้ว ในวินโดวส์รุ่นถัดไปก็ไม่น่าจะต้องการฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำต่างจากนี้มากนัก</p>
<p>ผู้ที่ต้องการความชัวร์ด้านฮาร์ดแวร์ก่อนอัพเกรด สามารถดาวน์โหลด <a href="https://www.microsoft.com/windows/windows-7/get/upgrade-advisor.aspx">Windows 7 Upgrade Advisor</a> มาทดสอบได้</p>
<h4>32 บิทหรือ 64 บิท?</h4>
<p>คำถามที่ตามมาหลังจากเลือกรุ่นของ Windows 7 ได้แล้วก็คือ ควรติดตั้งแบบ 32 บิทหรือ 64 บิทกันแน่? คำถามนี้สำคัญมากเพราะว่าถ้าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วไม่สามารถเปลี่ยน กลับได้ง่ายๆ ต้องฟอร์แมทแล้วลงใหม่สถานเดียว ถ้าซื้อ Windows 7 แบบกล่องจะได้มาทั้งสองแผ่นอยู่แล้ว แต่ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ก็ต้องเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกครับ</p>
<p>คำถามอมตะอันหนึ่งของวงการคอมพิวเตอร์มีอยู่ว่า &#8220;64 บิทดีกว่า 32 บิทอย่างไร?&#8221; ถ้าตอบสั้นๆ ข้อดีที่เหนือกว่ามีอย่างเดียวคือ <strong>ระบบปฏิบัติการแบบ 64 บิทนั้นใช้งานแรมได้มากกว่า 4 GB</strong></p>
<p>ดังนั้นถ้าใครมีแรมตั้งแต่ 4GB ขึ้นไปก็ไม่ต้องคิดมาก คำตอบมีได้ทางเดียวคือ 64 บิท (หรือถ้าตอนนี้ยังมีแรมน้อยกว่านั้นแต่มีแผนจะอัพเกรดก็ใช้คำตอบเดียวกัน)</p>
<p>สำหรับคนที่มีแรมน้อยกว่า 4GB และไม่คิดจะอัพเกรด การเลือกติดตั้งแบบ 64 บิทก็ไม่มีปัญหาอันใดเพราะปัจจัยชี้ขาดว่าไม่ควรใช้ 64 บิทไม่ใช่เรื่องแรม แต่เป็นเรื่องโปรแกรมและไดรเวอร์ต่างหาก</p>
<p>ในทางทฤษฎีแล้ว โปรแกรม 32 บิทสามารถทำงานบนระบบปฏิบัติการ 64 บิทได้ไม่มีปัญหา ผมใช้งาน Windows 7 ทั้ง Beta, RC และ RTM แบบ 64 บิทมาโดยตลอดก็ยังไม่พบปัญหาอะไรกับโปรแกรมที่ติดตั้งและใช้งาน โอเค มีบางโปรแกรมที่ยังทำงานบน 64 บิทไม่ได้ เช่น Flash แต่ไมโครซอฟท์ก็ให้ IE8 มาทั้งแบบ 32 บิทและ 64 บิท (ส่วนเบราว์เซอร์ตัวอื่นๆ นั้นเป็น 32 บิทอยู่แล้ว ไม่ว่า Firefox หรือ Chrome)</p>
<div><img src="http://lh6.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/SqtSg7djJDI/AAAAAAAACdI/bsTg5Qq_Rnc/s800/ie64.png" alt="" /></div>
<p>ส่วนไดรเวอร์ฮาร์ดแวร์นั้นจำเป็นต้องใช้แบบ 64 บิท ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ดังๆ ไม่ว่าจะเป็น NVIDIA, ATI, Logitech, Creative ฯลฯ ล้วนมีไดรเวอร์สำหรับ 64 บิทกันหมดแล้ว (เลือกไดรเวอร์ Vista x64 มาใช้ได้เลย) เท่าที่ผมทดสอบฮาร์ดแวร์มาจำนวนหนึ่งก็ยังไม่เจอปัญหาอะไรบน Windows 7 แบบ 64 บิทครับ</p>
<p>ในแง่การใช้งานแล้ว การใช้ Windows 7 แบบ 64 บิทไม่ต่างจาก 32 บิทเลย ถ้าไม่บอก ไม่ขุดเข้าไปดูในหน้า System ไม่มีทางรู้ว่าเครื่องที่ใช้อยู่เป็น 64 บิทหรือไม่</p>
<div><img src="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/SqtZpFKAXVI/AAAAAAAACdY/hqCN7BXjh4o/s800/64bit.PNG" alt="" /></div>
<p>ดังนั้นคำแนะนำของผมต่อคำถามว่าควรเป็น 32 หรือ 64 บิท ก็คือ <strong>เลือก 64 บิท ยกเว้นรู้ว่ามีโปรแกรมหรือฮาร์ดแวร์ที่ใช้งานบน 64 บิทไม่ได้เท่านั้น</strong> ระบบปฏิบัติการแบบ 64 บิทคืออนาคต ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ ก็เตรียมพร้อมไว้เสียแต่ตอนนี้ครับ สื่อหลายสำนักพยากรณ์ว่า Windows 8 อาจจะเป็น 64 บิทล้วน ลักษณะเดียวกับ Snow Leopard</p>
<p>สำหรับรายละเอียดเรื่อง 64 บิท ลองอ่านเพิ่มเติมได้จาก</p>
<ul>
<li><a href="http://windowshelp.microsoft.com/Windows/en-us/help/41531554-d5ef-4f2c-8fb9-149bdc5c8a701033.mspx">32-bit and 64-bit Windows: frequently asked questions</a> จากเว็บของไมโครซอฟท์เอง</li>
<li><a href="http://gizmodo.com/5133771/why-you-should-go-64+bit-with-windows-7">Why You Should Go 64-Bit With Windows 7</a> บก.<br />
ของ Gizmodo บอกว่าทดสอบฮาร์ดแวร์เยอะขนาดนั้นทุกวันด้วย Windows 7 64 บิท ไม่มีปัญหาอะไร</li>
<li>ตรวจเช็คฮาร์ดแวร์ได้จาก <a href="http://www.microsoft.com/windows/compatibility/windows-7/">Windows 7 Compatibility Center</a> (ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ ยังไม่เปิดให้ใช้บริการ คาดว่าจะเปิดช่วงใกล้ๆ Windows 7 ออกอย่างเป็นทางการ)</li>
</ul>
<h4>เดสก์ท็อปของ Windows 7</h4>
<p>เมื่อล็อกอินเข้ามายัง Windows 7 จะพบกับหน้าจอเดสก์ท็อปมาตรฐานดังภาพ</p>
<div><img src="http://lh3.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2tT-5d4I/AAAAAAAACcE/iPoZA4_lQT8/s400/default-desktop.png" alt="" /></div>
<p>สิ่งที่เตะตาทุกคนย่อมเป็นโลโก้หน้าต่างสี่สีอันใหญ่มาก (<a href="http://www.blognone.com/node/10370">พื้นหลังรูปปลากัด</a>หาย ไปแล้ว) ผมคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ไมโครซอฟท์ใช้ default background ที่มีโลโก้ของวินโดวส์เอง ถ้าให้เดานี่คือการสร้างแบรนด์วินโดวส์ให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะหน้าจอนี้จะไปปรากฎอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ภาพประกอบในหนังสือหรือทีวี เป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนในอนาคต</p>
<p>สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเดสก์ท็อปของ Windows 7 สะอาดมาก แทบไม่มีอะไรอยู่เลย บนเดสก์ท็อปมีเพียงไอคอน Recycle Bin อยู่มุมซ้ายบน ขอบล่างมี Taskbar ซึ่งมีไอคอนเพียง 4 อันคือ Start, IE, Windows Explorer และ Windows Media Player</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2435/3917834423_9797ef1d6f_o.png" alt="taskbar-left" width="268" height="92" /></div>
<p>ส่วน System Tray ด้านขวามือก็มีไอคอนเพียงไม่กี่อันเช่นกัน (ในภาพผมปรับแต่งให้เพิ่มปุ่มสลับภาษา และเนื่องจากใช้โน้ตบุ๊กจึงมีไอคอนแบตเตอรี่เพิ่มเข้ามาด้วย)</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2432/3918619864_2716347aa6_o.png" alt="taskbar-right" width="260" height="84" /></div>
<p>ของรกๆ ที่เคยอยู่ในวินโดวส์รุ่นก่อนๆ เช่น ไอคอนบนเดสก์ท็อปบน XP หรือ Sidebar ของ Vista ถูกขจัดไปหมดสิ้น บูตขึ้นมาครั้งแรกไม่มีบอลลูนข้อความใน System Tray ขึ้นมาเกะกะ ทุกอย่างเรียบง่าย หรูหรา สวยงาม อันนี้ให้คะแนนเต็ม</p>
<h4>Taskbar</h4>
<p>หมายเหตุ: อ่านรีวิวอีกเวอร์ชันเกี่ยวกับ Taskbar ของ Windows 7 ได้ใน <a href="http://www.blognone.com/node/10393">รีวิว Windows 7 Beta ตอนที่ 1</a></p>
<p>สิ่งที่ Windows 7 แตกต่างออกไปจาก Vista มากที่สุดคือ Taskbar ซึ่งมันจะอยู่คู่กับผู้ใช้ Windows 7 ไปตลอด เจ้า Taskbar อันใหม่มีชื่อเล่นๆ ว่า &#8220;Superbar&#8221; มีหน้าตาดังภาพ</p>
<div><a title="taskbar7 by isriya, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/isriya/3917915597/"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2470/3917915597_21bbba9034.jpg" alt="taskbar7" width="500" height="19" /></a></div>
<p>การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้แก่</p>
<ul>
<li>ตัวหนังสือหายไปแล้ว ไอคอนมีขนาดใหญ่ขึ้น ตอนนี้ความสูงของ Taskbar อยู่ที่ 40 พิกเซล</li>
<li>ไม่มีแถบ Quick Launch อีกแล้ว ไอคอนทั้งหมดที่เห็นบน Taskbar คือ Quick Launch</li>
<li>เมื่อเปิดโปรแกรม ไอคอนจะมีกรอบใสๆ ขึ้นมาแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมกำลังทำงานอยู่</li>
</ul>
<p>หลายคนอ่านแล้วคงนึกถึง Dock ของ Mac OS X ถ้าในด้านรูปลักษณ์นั้นใช่เลยครับ แต่ถ้าลองใช้งานจริงๆ มันยังให้อารมณ์ Taskbar แบบเดิมๆ มากกว่า Dock ซึ่งอันนี้จะค่อยๆ เขียนถึงต่อไป</p>
<h4>ย้อนอดีต Taskbar</h4>
<p>ก่อนจะลงลึกถึงการเปลี่ยนแปลงของ Taskbar ใน Windows 7 ผมขอย้อนกลับไปยัง Taskbar อันเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ Windows 95 เสียก่อน ในภาพเป็น Taskbar ของ Windows XP (ภาพจาก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/File:Windows_task_grouping_%28Luna%29.png">Wikipedia</a>) แต่จริงๆ แล้วจะเอาภาพของวินโดวส์รุ่นอื่นๆ มา</p>
<p>เทียบก็ไม่ต่างกัน</p>
<div><a title="taskbar-xp by isriya, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/isriya/3917805227/"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2628/3917805227_3bc9fc124a.jpg" alt="taskbar-xp" width="500" height="88" /></a><br />
คลิกเพื่อดูภาพเต็ม</div>
<p>Taskbar ของ XP/Vista มี &#8220;หน้าที่&#8221; หลักๆ 3 ประการ ไล่จากซ้ายไปขวา</p>
<ol>
<li>Launching &#8211; เรียกโปรแกรมให้ทำงาน</li>
<li>Switching Task &#8211; สลับการทำงานระหว่างหน้าต่าง</li>
<li>Notifying &#8211; แจ้งเตือนข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นให้แก่ผู้ใช้</li>
</ol>
<p><strong>Launching</strong></p>
<p>ถ้าใครยังจำ Windows 3.1 ได้ (ดักแก่อีกแล้ว <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> ) หน้าที่ในการเรียกโปรแกรมให้ทำงาน หรือ launching เป็นของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Program_Manager">Program Manager</a> แต่ใน Windows 95 เป็นต้นมา ไมโครซอฟท์ได้ย้ายหน้าที่นี้มาให้กับปุ่ม Start ซึ่งยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ข้างในปุ่ม Start มี Start Menu ซึ่งรวบรวมเอา<strong>โปรแกรมทั้งหมด</strong>ภายในเครื่องเอาไว้ให้เราได้เรียกใช้ตามต้องการ (เรื่อง Start Menu จะพูดถึงในตอนต่อๆ ไป)</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2659/3918793884_039a306f3e_o.png" alt="Windows95 taskbar" width="500" height="28" /><br />
Taskbar ต้นตำรับจาก Windows 95 (ภาพจาก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/File:Am_windows95_taskbar.png">Wikipedia</a>)</div>
<p>การเรียกโปรแกรมในวินโดวส์ยังมีวิวัฒนาการไปอีกเล็กน้อยใน Windows 98 เมื่อไมโครซอฟท์รวม IE4 เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวินโดวส์ ก็ได้เพิ่ม &#8220;ทูลบาร์อื่นๆ&#8221; ลงใน Taskbar ด้วย ได้แก่ Quick Launch, Address, Links ซึ่งสุดท้ายแล้ว Quick Launch ได้กลายมาเป็นมาตรฐานของ Taskbar ในวินโดวส์รุ่นถัดๆ มา หน้าที่ของมันคือเรียก<strong>โปรแกรมที่ใช้บ่อย</strong> เพราะมีลักษณะเป็นปุ่ม เรียกง่ายกว่าคลิกจากเมนู และปรากฏตัวตลอดเวลาไม่โดนบังเหมือนไอคอนบนเดสก์ท็อป</p>
<p>สรุปสั้นๆ ว่าบน Taskbar แบบเก่ามีการเรียกโปรแกรม 2 แบบ คือ โปรแกรมทั้งหมด (ผ่านปุ่ม Start) และโปรแกรมที่ใช้บ่อย (ผ่านปุ่ม Quick Launch)</p>
<p><strong>Switching</strong></p>
<p>หน้าที่หลักของ Taskbar คือการ &#8220;สลับหน้าต่าง&#8221; ที่เปิดอยู่ หน้าต่างที่ถูกเปิดอยู่จะมีปุ่มพร้อมชื่อหน้าต่างแสดงอยู่บน Taskbar การสลับหน้าต่างทำได้โดยคลิกบนปุ่มที่ต้องการ จากนั้นวินโดวส์จะนำหน้าต่างนั้นมาแสดงเป็นหน้าต่างอันบนสุดของเดสก์ท็อป</p>
<p>นอกจากการสลับหน้าต่างด้วยปุ่มบน Taskbar แล้ว เรายังสามารถทำได้ผ่านปุ่มลัด Alt+Tab ด้วยเช่นกัน (ใน Vista วิธีการนี้วิวัฒนาการไปเป็น Flip 3D) แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม คนส่วนมากนิยมใช้การกดปุ่มบน Taskbar มากกว่าเนื่องจากมืออยู่ที่เมาส์ และมองเห็นได้ง่ายว่ามีอะไรเปิดอยู่บ้าง</p>
<p>ไมโครซอฟท์ออกแบบ Taskbar มารองรับการเปิดหน้าต่างจำนวนไม่มากนัก เพราะผู้ใช้จะสามารถแยกแยะว่าปุ่มบน Taskbar แทนหน้าต่างอันไหนได้จากไอคอนและข้อความบนปุ่ม แต่เมื่อผู้ใช้เปิดหน้าต่างมากขึ้นเรื่อยๆ ขนาดของปุ่มจะเล็กลงเรื่อยๆ ทำให้ความสามารถในการแยกแยะปุ่มจะลดลง (ใครเคยเจอ popup ชุดใหญ่ใน IE รุ่นก่อนๆ น่าจะนึกภาพออก ปัญหานี้เป็นปัญหาเดียวกับ Tab ในเบราว์เซอร์) ไมโครซอฟท์จึงออกทางแก้ปัญหามาให้เรา 2 อย่าง</p>
<ul>
<li>การจัดกลุ่ม (grouping) หน้าต่างที่เปิดอยู่ ถ้าเป็นของโปรแกรมเดียวกันให้รวมเป็นปุ่มเดียว</li>
<li>ในกรณีที่ใช้พื้นที่ของ Taskbar อันแรกจนเต็มแล้ว (ไม่ว่าจะใช้ grouping หรือไม่) จะมีปุ่มเลื่อนไปยัง Taskbar อันที่สอง</li>
</ul>
<div><img src="http://farm4.static.flickr.com/3492/3918183425_ac15125537_o.png" alt="taskbar-group-xp" width="265" height="30" /><br />
การจัดกลุ่ม Taskbar ใน Windows XP</div>
<p>อย่างไรก็ตามทั้งสองวิธีไม่ใช่ทางแก้ที่สมบูรณ์แบบ วิธีแรกมีข้อเสียคือต้องกดปุ่มบน Taskbar ก่อนเพื่อดูรายชื่อหน้าต่างทั้งหมด การคลิกหลายครั้งทำให้การสลับหน้าต่างทำได้ช้า หลายๆ คนจึงปิดตัวเลือกนี้ในวินโดวส์รุ่นก่อนๆ (ผมคนนึงล่ะ) ส่วนวิธีที่สองมีปัญหาว่าเมื่อเราเลื่อนไปยัง Taskbar อันที่สอง เราจะไม่เห็นปุ่มบน Taskbar อันแรก ทำให้การสลับหน้าต่างทำได้ลำบากถ้าปุ่มดันอยู่บน Taskbar คนละอัน ต้องเลื่อนกลับไปกลับมาก่อนจึงจะกดปุ่มได้ โชคดีที่นานๆ ทีเราจะเจอกับสถานการณ์นี้ (ผมถือมันสัญญาณเตือนว่า &#8220;เปิดหน้าต่างมากไปแล้วนะ&#8221;)</p>
<p>แม้ว่าจะมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วมันทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก วิธีการสลับหน้าต่างด้วย Taskbar ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ถือว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญระหว่าง Windows 3.1 และ Windows 95 และกลายเป็นวิธีการมาตรฐานในการสลับหน้าต่างบน Desktop Manager ตัวอื่นๆ มากมาย (เช่น GNOME และ KDE)</p>
<p><strong>Notifying</strong></p>
<p>ส่วนสุดท้ายเราเรียกมันว่า <strong>system tray</strong> (ซึ่งชื่อที่ถูกต้องของมันคือ notification area) หน้าที่ของมันก็ตามชื่อคือแจ้งเตือน (notify) ข้อมูลสำคัญๆ ของระบบให้ผู้ใช้ได้รับรู้ เช่น ขณะนี้เวลากี่โมง, ตอนนี้คีย์บอร์ดเป็นภาษาอะไร, ปิดเสียงไว้หรือเปล่า ฯลฯ ผู้ใช้เพียงแค่ &#8220;เหลือบไปมอง&#8221; (ภาษาอังกฤษใช้ glance) ที่มุมขวาล่างก็จะทราบข้อมูลเหล่านี้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย</p>
<p>เมื่อเวลาผ่านไป system tray กลับมีหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ที่ไมโครซอฟท์คาดคิดไว้ตั้งแต่ตอนออกแบบครั้งแรก หน้าที่นี้คือเก็บไอคอนของโปรแกรมที่ทำงานอยู่ แต่ไม่จำเป็นต้องปรากฎตัวตลอดเวลา ดังเช่น โปรแกรมแอนตี้ไวรัส (ซึ่งจำเป็นต้องเปิดเวลาเจอไวรัส) โปรแกรม IM (เปิดเมื่อมีข้อความใหม่เข้ามา) WinAmp (เปิดเมื่อต้องการปรับเปลี่ยนเพลงในคิว) เป็นต้น</p>
<p>สาเหตุที่โปรแกรมที่ทำงานเบื้องหลังต้องมาอยู่ใน system tray ก็เป็นเพราะ Taskbar อันหลักไม่เหมาะสมสำหรับงานลักษณะนี้นั่นเอง Taskbar อันหลักออกแบบมาสำหรับโปรแกรมที่ทำงานเบื้องหน้ามากกว่า</p>
<p>การที่โปรแกรมมีไอคอนใน system tray กลายเป็นประเพณียอดฮิตสำหรับโปรแกรมบนวินโดวส์ ผลสุดท้ายคือ system tray รก เต็มไปด้วยไอคอนที่ไม่รู้ว่าจำเป็นหรือไม่</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2421/3918040617_9557c7f1d0_o.png" alt="xp-taskbar" width="226" height="30" /><br />
ปุ่มเลื่อนของ system tray ใน Windows XP (ภาพจาก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/File:Shortened-%3C/p%3E%3Cp%3Etaskbar2.png">Wikipedia</a>)</div>
<p>ทางแก้ปัญหาของไมโครซอฟท์ก็คล้ายๆ กับ Taskbar คือทำ &#8220;ปุ่มเลื่อน&#8221; สำหรับ system tray แบ่งเป็นรุ่นย่อที่แสดงไอคอนสำคัญ และรุ่นเต็มสำหรับไอคอนทั้งหมด ข้อเสียของวิธีนี้เหมือนกับข้อเสียของปุ่มเลื่อนใน Taskbar คือผู้ใช้ไม่สามารถ &#8220;เหลือบมอง&#8221; เพื่อดูข้อมูลได้ (เพราะบางไอคอนถูกซ่อนเอาไว้)</p>
<h4>Taskbar ใน Windows 7</h4>
<p>Taskbar ของ Windows 7 เป็นการ &#8220;จัดระเบียบ&#8221; องค์ประกอบข้างต้นทั้งสามใหม่ ดูแผนภาพโครงสร้างเทียบกับภาพ Taskbar ของ XP ข้างต้น (หรือจะดู<a href="http://www.flickr.com/photos/isriya/3918591158/">ภาพแบบเทียบกันทั้ง 2 เวอร์ชัน</a>ก็ได้)</p>
<div><a title="taskbar7 by isriya, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/isriya/3918590984/"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3495/3918590984_079e449f48.jpg" alt="taskbar7" width="500" height="80" /></a><br />
คลิกเพื่อดูภาพเต็ม</div>
<p><strong>Launching</strong></p>
<p>ผมเขียนไปแล้วว่าหน้าที่ launching ของ Taskbar แบบเก่าแบ่งเป็น 2 แบบคือ โปรแกรมทั้งหมดกับโปรแกรมที่ใช้บ่อย พอข้ามยุคมาเป็น Windows 7 ไมโครซอฟท์จับสองส่วนนี้แยกร่างออกจากกัน</p>
<ul>
<li>ส่วนของโปรแกรมทั้งหมด ยังอยู่กับ Start Menu เหมือนเดิม</li>
<li>ส่วนของโปรแกรมที่ใช้บ่อย ถูกโยกเอาไปรวมกับ Taskbar ส่วนหลัก</li>
</ul>
<p>ผมคิดว่าเหตุผลของการย้าย Quick Launch ไปรวมกับส่วนการสลับหน้าต่างคือเหตุผลในเรื่องพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก การรวมสองส่วนนี้เข้าด้วยกันทำให้เรามีพื้นที่มากขึ้นสำหรับไอคอนโปรแกรมที่ ใช้บ่อย (เพราะมีพื้นที่เท่ากับ Taskbar เกือบทั้งอัน) และในทางกลับกัน พื้นที่ของส่วนสลับหน้าต่างก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เพราะแถบ Quick Launch ถูกเอาออกไปแล้ว ส่วนเหตุผลรอง ผมคิดว่าความนิยมใน Dock ของ Mac OS X ก็มีส่วนอยู่บ้างเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังปรับขนาดให้ไอคอนใหญ่ขึ้นตามขนาดของ Taskbar ที่โตขึ้น ทำให้คลิกโดนได้ง่ายขึ้นด้วย</p>
<p><strong>Switching</strong></p>
<p>สิ่งที่เปลี่ยนไปของส่วน switching คือไอคอนโตขึ้น ข้อความหายไป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงรูปลักษณ์ แต่ในแง่การใช้งานแล้ว มันยังเป็นปุ่มแทนหน้าต่างเหมือนเดิม (ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ต่างจาก Dock)</p>
<p>Taskbar แบบใหม่นี้จะจัดกลุ่มของหน้าต่างโดยอัตโนมัติตามโปรแกรมแต่ละตัว ถ้าเปิดมากกว่าหนึ่งหน้าต่าง สี่เหลี่ยมรอบๆ ไอคอนจะซ้อนทับกันเพื่อแสดงให้เราเห็นว่ามีหน้าต่างอยู่เท่าไร สี่เหลี่ยมกองนี้จะมีมากที่สุด 3 อัน ถ้าเปิดมากกว่านี้ก็จะแสดงแค่ 3 อัน</p>
<p>ในรูปข้างล่างแสดงไอคอน 3 สถานะ ตั้งแต่ไม่เปิดโปรแกรมเลย ไปจนถึงเปิด 3 หน้าต่างขึ้นไป</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2452/3917916451_a2dcd1a7a9_o.png" alt="taskbar-stack" width="252" height="50" /></div>
<p>บางคนอาจมีคำถามว่าถ้าไม่มีข้อความแล้ว จะแยกแยะได้อย่างไรว่าหน้าต่างไหนเป็นหน้าต่างไหน คำตอบของไมโครซอฟท์คือฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใน Vista คือการแสดง thumbnail ของหน้าต่างนั่นเอง ฟีเจอร์นี้จะถูกใช้ร่วมกับ Aero Peek ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ของ Windows 7 โดยผมจะเขียนถึงเรื่องนี้ในตอนถัดไป</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2667/3918857714_a2a7f297b6_o.png" alt="aeropeek" width="465" height="225" /></div>
<p>ไมโครซอฟท์ยังเพิ่มเรื่องอำนวยความสะดวกให้กับการจัดการหน้าต่างและไอคอนบน Taskbar เมื่อเราคลิกขวาบนไอคอน จะเจอเมนูที่คุ้นเคย</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2540/3918095115_7a6c8ede9d_o.png" alt="taskbar-jumplist" width="259" height="291" /></div>
<p>เรายังสามารถสั่งปิดหน้าต่างได้จากเมนู ดังเช่นที่เคยทำในวินโดวส์รุ่นก่อนๆ แต่คำสั่งอื่นๆ พวก Maximize/Minimize หายไปหมด สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ (เรียงจากล่างขึ้นบน)</p>
<ul>
<li>เมนูสำหรับ &#8220;ปักหมุด&#8221; (pin) โปรแกรมที่เปิดอยู่ลงเป็นไอคอนใน Taskbar (ถ้าเป็นโปรแกรมที่ปักหมุดอยู่แล้ว เมนูจะกลายเป็น Unpin)</li>
<li>เมนูสำหรับเรียกโปรแกรมนั้นขึ้นมาอีกหน้าต่าง</li>
<li>ส่วนที่เลยเส้นขึ้นไป เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Jump List คือรวมเอาคำสั่งสำคัญๆ ของโปรแกรมนั้นๆ ไว้ในเมนูเพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย เมนูนี้จะเป็นอะไรขึ้นกับโปรแกรมแต่ละตัวว่ารองรับ Jump List ดีแค่ไหน อย่างกรณีของ Notepad เป็นแค่เอกสารล่าสุดที่เคยเปิด (เรื่อง Jump List จะขยายความในตอนต่อๆ ไป)</li>
</ul>
<p>หมายเหตุ: เพิ่มเติมโดยคุณ <a href="http://www.blognone.com/node/13115#comment-124905">So.whaT</a> เมนู Move/Maximize/Minimize ย้ายไปอยู่ตรงภาพ thumbnail ของแต่ละหน้าต่างแทน</p>
<p>ปุ่มสลับหน้าต่างแบบใหม่ทำให้ Taskbar ใช้พื้นที่แนวขวางน้อยลง แสดงโปรแกรมได้มากขึ้น ช่วยแก้ปัญหา &#8220;Taskbar ล้น&#8221; ไปได้มากโข แม้ว่าจะแก้ได้ไม่หมด เพราะเมื่อเปิดโปรแกรมมากๆ หรือใส่ไอคอนลงไปมากๆ ก็เกิดปัญหาขึ้นอยู่ดี ซึ่งไมโครซอฟท์ยังใช้วิธีเพิ่มปุ่มเลื่อน Taskbar เหมือนเดิม</p>
<p>หมายเหตุ: คนที่ชอบ Taskbar แบบมีข้อความ อาจปรับแต่งให้แสดงข้อความร่วมกับไอคอนได้ ข้อความจะแสดงบนไอคอนของโปรแกรมที่เปิดอยู่เท่านั้น คล้ายๆ กับเอา Quick Launch กับปุ่ม Taskbar เดิมมาปนๆ กัน)</p>
<div><img alt="" />src=&#8221;http://farm3.static.flickr.com/2472/3917916365_2c7e42c556_o.png&#8221; width=&#8221;310&#8243; height=&#8221;61&#8243; alt=&#8221;taskbar-twobutton&#8221;
<p>&nbsp;</p>
<p>/&gt;</p>
</div>
<p>ถ้าบน Taskbar ยังมีที่ว่างอยู่ ปุ่มจะถูกแสดงแยกกันตามรูป แต่ถ้าที่ว่างเริ่มไม่พอก็จะแสดงซ้อนกันเหมือน Taskbar แบบปกติ</p>
<p><strong>Notifying</strong></p>
<p>เมื่อ Taskbar แบบใหม่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ไปเยอะแล้ว เหตุผลที่โปรแกรมเบื้องหลังจะแอบไปฝังตัวอยู่ใน system tray จึงมีน้อยลง เพื่อแก้ปัญหา &#8220;system tray รก&#8221; ไมโครซอฟท์จึงสนับสนุนให้โปรแกรมที่เคยอยู่ใน system tray ย้ายไปอยู่ใน Taskbar แทน</p>
<p>ฟีเจอร์ Jump List ก็มีส่วนช่วยให้การย้ายทำได้ง่ายขึ้น เพราะตอนนี้โปรแกรมที่อยู่ใน Taskbar ไม่จำเป็นต้องมีเมนู Maximize/Minimize เหมือนกันหมดอีกต่อไป โปรแกรมแต่ละตัวสามารถมีเมนูคำสั่งเฉพาะทาง (เหมือนที่เคยมีใน system tray) ได้ผ่าน Jump List</p>
<p>ตัวอย่างโปรแกรมที่ย้ายจาก system tray มาอยู่ใน Taskbar ที่ชัดเจนที่สุดคือ Windows Live Messenger 2009 (ต้องลงแยกต่างหากผ่าน Windows Live Essentials)</p>
<div><img src="http://farm4.static.flickr.com/3060/3918905760_23b5ccf9e6_o.png" alt="wlm-taskbar" width="287" height="303" /></div>
<p>จากภาพจะเห็นว่า WLM 2009 ยกเมนูของเดิมมาใส่ไว้ใน Jump List เลย และเมื่อกดปุ่ม x ปิดหน้าต่าง contact list โปรแกรมจะไม่ปิดตามไปด้วย ยังมีชีวิตอยู่ในไอคอนบน Taskbar</p>
<p>ไมโครซอฟท์ไม่ได้บังคับให้โปรแกรมใน system tray ต้องเปลี่ยนที่อยู่ทันทีเมื่อย้ายมายัง Windows 7 โปรแกรมเดิมๆ ยังสามารถอยู่ใน system tray ได้ต่อไป แต่ความสำคัญของมันจะลดลงเพราะไอคอนใน system tray จะไม่ถูกแสดงโดย default ยกเว้นไอคอนสำคัญๆ ของระบบเท่านั้น</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2674/3918130809_8a677dd633_o.png" alt="systray-showmore" width="274" height="196" /></div>
<p>ไอคอนใน system tray สามารถปรับแต่งได้ โดยคลิกที่ลิงก์ Customize&#8230; ในรูปข้างบน สำหรับคนที่ไม่ชอบ system tray รกๆ แบบผม นี่คือสวรรค์เลยล่ะ</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2666/3918700434_af00e945df.jpg" alt="tray-custom" width="439" height="500" /></div>
<p>ผมยังไม่เจอโปรแกรมตัวอื่นที่ย้ายจาก system tray มายัง Taskbar นอกจาก WLM2009 (ไม่ว่าจะเป็น Google Talk หรือ Skype) และคิดว่าต้องรอกันอีกนานพอสมควรกว่าโปรแกรมดังๆ จะเปลี่ยนตามกันหมด</p>
<p>โดยสรุปแล้ว ใน Windows 7 ไมโครซอฟท์ตัดสินใจให้ system tray กลับไปมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวดังที่ออกแบบไว้แต่แรก นั่นคือเป็นแค่ที่แสดงข้อมูลเพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้เท่านั้น แต่กว่าจะเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์อาจจะต้องรอให้วินโดวส์ผ่านไปอีกหลายเวอร์ชัน ทีเดียว อย่างไรก็ตามนี่เป็นสัญญาณที่ดีครับ</p>
<p>หมายเหตุ: เพิ่มเติมโดยคุณ <a href="http://www.blognone.com/node/13115#comment-124837">nimrod</a> ไอคอนใน system tray สามารถลากย้ายตำแหน่งได้</p>
<p><strong>ประเด็นอื่นๆ ของ Taskbar</strong></p>
<p>นอกจากการเปลี่ยนแปลงระดับแนวคิดที่กล่าวไปแล้วทั้งหมด Taskbar ของ Windows 7 ยังมีประเด็นเล็กๆ น้อยๆ อีกมาก ผมรวมไว้ในหมวดนี้เผื่อมีใครสนใจ ไม่แปะภาพประกอบเพราะจะทำให้รก ถ้าสนใจคลิกไปดูภาพกันเอาเอง</p>
<ul>
<li>แถบ Address และ Links ยังคงอยู่ใน Windows 7 แต่คาดว่าจะไม่มีใครใช้แล้วมั้ง (<a href="http://www.flickr.com/photos/isriya/3917916191/">ภาพประกอบ</a>)</li>
<li>Taskbar แบบปุ่มมีข้อความ แสดงซ้อนกัน (<a href="http://www.flickr.com/photos/isriya/3917916277/">ภาพประกอบ</a>)</li>
<li>ยังย้าย Taskbar ไปไว้ที่ขอบซ้าย-ขวา-บน ได้เหมือนเดิม พอเปลี่ยนเป็นปุ่มไอคอนไม่มีข้อความแล้ว Taskbar แนวตั้งดูดีขึ้นมาก (<a href="http://www.flickr.com/photos/isriya/3918700288/">ภาพประกอบ</a>)</li>
<li>ปรับให้แสดงไอคอนขนาดเล็ก (อันเท่า Vista) ได้เหมือนเดิม (<a href="http://www.flickr.com/photos/isriya/3917915673/">ภาพประกอบ</a>) แต่ผมว่าดูแล้วตลกๆ ไม่ค่อยเข้ากัน</li>
</ul>
<p>ตอนหน้ามาว่ากันต่อเรื่องการจัดการหน้าต่าง และ Start Menu ครับ <a href="http://www.blognone.com/node/13180">รีวิว Windows 7 ตัวจริง ตอนที่ 3</a></p>
<p>&#8211;ขอบคุณ <a href="http://blognone.com">blognone.com</a>อีกครั้ง</p>
</div>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/p0pblog.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/p0pblog.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/p0pblog.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/p0pblog.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/p0pblog.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/p0pblog.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/p0pblog.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/p0pblog.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/p0pblog.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/p0pblog.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/p0pblog.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/p0pblog.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/p0pblog.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/p0pblog.wordpress.com/15/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=p0pblog.wordpress.com&amp;blog=10183379&amp;post=15&amp;subd=p0pblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-windows-7-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8ddeff44a487b48e718fa86f0061c822?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">p0p</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://lh6.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/SqtSg7djJDI/AAAAAAAACdI/bsTg5Qq_Rnc/s800/ie64.png" medium="image" />

		<media:content url="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/SqtZpFKAXVI/AAAAAAAACdY/hqCN7BXjh4o/s800/64bit.PNG" medium="image" />

		<media:content url="http://lh3.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2tT-5d4I/AAAAAAAACcE/iPoZA4_lQT8/s400/default-desktop.png" medium="image" />

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2435/3917834423_9797ef1d6f_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">taskbar-left</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2432/3918619864_2716347aa6_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">taskbar-right</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2470/3917915597_21bbba9034.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">taskbar7</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2628/3917805227_3bc9fc124a.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">taskbar-xp</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2659/3918793884_039a306f3e_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">Windows95 taskbar</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3492/3918183425_ac15125537_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">taskbar-group-xp</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2421/3918040617_9557c7f1d0_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">xp-taskbar</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3495/3918590984_079e449f48.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">taskbar7</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2452/3917916451_a2dcd1a7a9_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">taskbar-stack</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2667/3918857714_a2a7f297b6_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">aeropeek</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2540/3918095115_7a6c8ede9d_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">taskbar-jumplist</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3060/3918905760_23b5ccf9e6_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">wlm-taskbar</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2674/3918130809_8a677dd633_o.png" medium="image">
			<media:title type="html">systray-showmore</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2666/3918700434_af00e945df.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">tray-custom</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>รีวิว Windows 7 ตัวจริง: ตอนที่ 1</title>
		<link>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/13/</link>
		<comments>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/13/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2009 08:26:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>p0p</dc:creator>
				<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[Windows 7]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://p0pblog.wordpress.com/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อต้นปี Blognone ได้รีวีว Windows 7 Beta ไปแล้ว (ตอนที่ 1, ตอนที่ 2) เมื่อเวลาผ่านมาอีกเกือบปี Windows 7 ก็เสร็จสมบูรณ์ และพร้อมสำหรับวันวางจำหน่ายจริง 22 ตุลาคม 2009 คราวนี้ถึงเวลามาดูกันอีกรอบว่า ระบบปฏิบัติการที่หลายๆ คนรอคอย และไมโครซอฟท์เองก็ฝากความหวังไว้อย่างเต็มที่ว่าจะมากู้หน้าของ Vista ได้นั้นใช้ดีแค่ไหน เป็นอย่างไร คำชี้แจงก่อนเข้าสู่รีวิว งานนี้ผมได้รับ Windows 7 RTM พร้อมคีย์จากบริษัทไมโครซอฟท์ ประเทศไทย โดยการติดต่อเข้าไปจากผมเอง (บอกไมโครซอฟท์ว่า Blognone อยากรีวิว ไม่ใช่ไมโครซอฟท์มาบอก Blognone ให้รีวิว) ส่วนคีย์นั้นได้จากการเข้าร่วมทดสอบ Windows 7 รุ่นภาษาไทยไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีหลายๆ คนแถวนี้ได้เช่นกัน ไม่ใช่ผมคนเดียว ผมไม่เคยใช้ Windows Vista อย่างจริงจังมาก่อน ถ้าเปรียบเทียบ 7 กับ Vista [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=p0pblog.wordpress.com&amp;blog=10183379&amp;post=13&amp;subd=p0pblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อต้นปี Blognone ได้รีวีว Windows 7 Beta ไปแล้ว (<a href="http://www.blognone.com/node/10393">ตอนที่ 1</a>, <a href="http://www.blognone.com/node/10413">ตอนที่ 2</a>) เมื่อเวลาผ่านมาอีกเกือบปี Windows 7 ก็เสร็จสมบูรณ์ และพร้อมสำหรับวันวางจำหน่ายจริง 22 ตุลาคม 2009 คราวนี้ถึงเวลามาดูกันอีกรอบว่า ระบบปฏิบัติการที่หลายๆ คนรอคอย และไมโครซอฟท์เองก็ฝากความหวังไว้อย่างเต็มที่ว่าจะมากู้หน้าของ Vista ได้นั้นใช้ดีแค่ไหน เป็นอย่างไร<span id="more-13"></span></p>
<p><strong>คำชี้แจงก่อนเข้าสู่รีวิว</strong></p>
<ul>
<li>งานนี้ผมได้รับ Windows 7 RTM พร้อมคีย์จากบริษัทไมโครซอฟท์ ประเทศไทย <strong>โดยการติดต่อเข้าไปจากผมเอง</strong> (บอกไมโครซอฟท์ว่า Blognone อยากรีวิว ไม่ใช่ไมโครซอฟท์มาบอก Blognone ให้รีวิว) ส่วนคีย์นั้นได้จากการเข้าร่วมทดสอบ Windows 7 รุ่นภาษาไทยไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีหลายๆ คนแถวนี้ได้เช่นกัน ไม่ใช่ผมคนเดียว</li>
<li>ผมไม่เคยใช้ Windows Vista อย่างจริงจังมาก่อน ถ้าเปรียบเทียบ 7 กับ Vista แล้วข้อมูลผิดพลาดไป ก็ช่วยแก้ไขด้วยนะครับ</li>
<li>IE8 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Windows 7 ถูกรีวิวไปแล้ว ในรีวิวนี้จะไม่พูดถึง ใครสนใจอ่านได้จาก <a href="http://www.blognone.com/node/11144">รีวิว Internet Explorer 8</a> และผมจะพยายามเลี่ยงประเด็นที่เคยเขียนไว้ละเอียดแล้วตอนรีวิว Windows 7 Beta จะได้ไม่ซ้ำซาก</li>
</ul>
<h4>กว่าจะมาเป็น Windows 7</h4>
<p>ต้นตอของ Windows 7 ต้องย้อนกลับไปถึงช่วงก่อนไมโครซอฟท์จะออก Windows XP ในปี 2000 โดยไมโครซอฟท์ได้วางแผนจะออกวินโดวส์รหัส &#8220;Blackcomb&#8221; ชื่อนี้ตั้งให้เข้าชุดกับรหัสของ XP ว่า &#8220;Whistler&#8221; ทั้งสองชื่อเป็นภูเขาสำหรับเล่นสกีที่อยู่ติดกันในประเทศแคนาดา ใกล้สำนักงานใหญ่ของไมโครซอฟท์ ในภายหลังไมโครซอฟท์ปรับกระบวนท่าใหม่ ออกวินโดวส์มาคั่นกลางอีกรุ่น โดยใช้รหัสว่า &#8220;Longhorn&#8221; (เป็นร้านอาหารที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทางขึ้นภูเขาสองลูก) ซึ่ง Longhorn กลายมาเป็น Windows Vista นั่นเอง</p>
<p>ส่วน Blackcomb ถูกจับเปลี่ยนชื่อรหัสเป็น &#8220;Vienna&#8221; (<a href="http://www.blognone.com/node/3653">ข่าวเก่า</a>) ก่อนที่จะกลายมาเป็น &#8220;Windows 7&#8243; (<a href="http://www.blognone.com/node/3883">ข่าวเก่า</a>) ก่อนที่สุดท้ายจะตัดสินว่าชื่อจริงๆ สำหรับทำตลาดก็ใช้ Windows 7 เหมือนกับโค้ดเนมนั่นล่ะ (<a href="http://www.blognone.com/node/9244">ข่าวเก่า</a>) ประเด็นว่านับกันยังไงออกมาเป็นเลข 7 อ่านได้จาก <a href="http://www.blognone.com/node/9277">ไมโครซอฟท์ตอบคำถามเรื่องชื่อ Windows 7</a></p>
<p>ไมโครซอฟท์เริ่มพัฒนา Windows 7 ทันทีที่ Vista วางจำหน่ายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2006 และออกรุ่นทดสอบตัวแรก M1 ได้หลังจากนั้นหนึ่งปีนิดๆ คือเดือนมกราคม 2008 ส่วนรุ่นเบต้าที่เปิดให้สาธารณชนทดสอบก็ใช้เวลาหลังจากนั้นอีก 1 ปีคือเดือนมกราคม 2009 ถ้ารวมเวลาทั้งหมดจาก Vista ถึง 7 ตัวจริงก็เกือบ 3 ปีเต็ม</p>
<div><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/TW3VHFdoj6EDBHJKY2jBnA?feat=embedwebsite"><img src="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2XFK3aiI/AAAAAAAACb8/cFC3EEIP8Iw/s800/Windows7_h_web.jpg" alt="" /></a></div>
<h4>Windows 7 ในฐานะ OS และแพลตฟอร์ม</h4>
<p>ธีมใหญ่ในรีวิว Windows 7 ชุดนี้ที่ผมจะเขียนถึงซ้ำแล้วซ้ำอีกในตอนต่อๆ ไป คือ ผมอยากให้มองว่า Windows 7 เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มวินโดวส์ยุคใหม่ ไม่ใช่ระบบปฏิบัติการเดี่ยวๆ ที่ไม่ขึ้นกับใคร แพลตฟอร์มนี้ไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ เราอาจจะเรียกมันว่าเป็น post-NT/XP หรือจะเป็นแพลตฟอร์ม Vista ก็ได้</p>
<p>ในประวัติศาสตร์ของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ มีสิ่งที่ผมเรียกว่า &#8220;แพลตฟอร์ม&#8221; เกิดขึ้นแล้ว 4 รุ่น (ชื่อแพลตฟอร์มผมเป็นคนตั้งเองครับ อย่าเอาไปใช้อ้างอิงตอนสอบ)</p>
<ul>
<li>แพลตฟอร์มวินโดวส์ 16 บิทที่ต้องทำงานบน DOS ได้แก่ Windows 1.0-3.0</li>
<li>แพลตฟอร์มวินโดวส์ 32 บิทที่เป็นระบบปฏิบัติการ ได้แก่ Windows 95, 98, 98SE, ME</li>
<li>แพลตฟอร์ม NT ได้แก่ Windows NT, 2000, XP, 2003</li>
<li>แพลตฟอร์ม Vista ได้แก่ Windows Vista, 2008 และล่าสุด <strong>Windows 7</strong></li>
</ul>
<div><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/W9FmsuS2zCKNBD8XbHw4Ig?feat=embedwebsite"><img src="http://lh6.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi3hIxliRI/AAAAAAAACcM/2RlBKLEsg0U/s400/800px-Windows_Family_Tree.svg.png" alt="" /></a><br />
ภาพจาก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Timeline_of_Microsoft_Windows">Wikipedia</a></div>
<p>ไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จอย่างมากกับแพลตฟอร์มวินโดวส์ 32 บิท (ใครยังจำงานเปิดตัว Windows 95 ได้บ้าง?) ตัวชี้วัดที่ชัดเจนมากคือ Win32 API ที่ยังใช้กันมาจนปัจจุบัน (เกือบ 15 ปีแล้วนะ) ความสำเร็จของแพลตฟอร์ม 32 บิทส่งผลให้ไมโครซอฟท์ครอบครองตลาดระบบปฏิบัติการโลกได้เบ็ดเสร็จ อีกทั้งยังปิดฉากระบบปฏิบัติการคู่แข่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น BeOS, OS/2, NeXT, NetWare หรือ Mac OS</p>
<p>แม้ว่าตัวแพลตฟอร์มวินโดวส์ 32 บิทเองจะไม่สมบูรณ์ มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพ ความปลอดภัย ไวรัส จอฟ้า ฯลฯ เท่าที่เรารู้จักกันดี แต่ไมโครซอฟท์ก็มองเกมขาด แยกไปทำแพลตฟอร์ม NT ดักรอไว้ พัฒนาขนานกันให้เทคโนโลยีของ NT นั้นเข้มแข็ง ก่อนจะมาส่งไม้ต่อกันที่ Windows XP</p>
<p>ความสำเร็จของ XP แทบไม่ต้องพูดถึง ปัจจุบันระบบปฏิบัติการอายุ 8 ปีกว่าตัวนี้ยังเป็นระบบปฏิบัติการที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป แพลตฟอร์ม NT ก็เริ่มเก่าและมีจุดอ่อน อีกทั้งโดนคู่แข่งอย่าง Mac OS X ที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่กว่าเข้าตีด้วยฟีเจอร์ที่แพลตฟอร์ม NT ไม่มี ดังนั้นก็ได้เวลาที่ไมโครซอฟท์ต้องสร้างแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง</p>
<p>แพลตฟอร์ม Vista ใช้เวลาพัฒนาถึง 5 ปี ยกเครื่องส่วนประกอบต่างๆ ของวินโดวส์เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบกราฟฟิก ไลบรารี (เช่น .NET) ระบบความปลอดภัย (เช่น UAC) ไปจนกระทั่งส่วนติดต่อผู้ใช้ (เช่น Aero) แนวคิดของแพลตฟอร์ม Vista นั้นดีมาก ทันสมัย และช่วยให้ไมโครซอฟท์ต่อสู้ในตลาดระบบปฏิบัติการได้อีกนาน น่าเสียดายว่าระบบปฏิบัติการตัวแรกในแพลตฟอร์มใหม่คือ Windows Vista กลับไม่ประสบความสำเร็จมากนัก</p>
<p>ไมโครซอฟท์กลับมาคราวนี้กับ Windows 7 ซึ่งเสียงตอบรับในช่วงแรกๆ ออกมาดีพอสมควร ถึงแม้ว่าในระดับระบบปฏิบัติการแล้วมันจะเป็นรุ่นใหญ่รุ่นใหม่ แต่ในระดับแพลตฟอร์มแล้ว มันก็ยังอยู่บนแพลตฟอร์ม Vista อันเดิม (มีการเปลี่ยนแปลงเชิงฐานรากน้อยมาก) และอาจจะมองว่าเป็นแพลตฟอร์ม Vista ที่ปรับแต่งจนเข้าที่แล้วก็ได้ (ทำนองเดียวกับ 95 และ 98)</p>
<p>ดังนั้นถ้าพูดถึง Windows 7 ผมอยากให้มองกันยาวๆ แทนที่จะเจาะลงไปที่ 7 เพียงตัวเดียวครับ มองว่าพัฒนาการของแพลตฟอร์ม Vista ที่ข้ามมาจากแพลตฟอร์ม NT มีอะไรบ้าง และหมากต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์เตรียมเอาไว้ใช้ มันจะออกดอกออกผลอย่างไรใน Windows 8, 9, 10 ฯลฯ ที่จะตามมาอีกในอนาคตด้วย แล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่าที่มาที่ไปของฟีเจอร์ต่างๆ ใน Windows 7 มันมาอย่างไร</p>
<h4>Editions</h4>
<p>ขยับเข้ามาที่ระดับของระบบปฏิบัติการครับ Windows 7 ดำเนินรอยตามทิศทาง (ที่ไม่น่าตามเท่าไรเพราะมันสับสน) ของ Vista นั่นคือมีรุ่นย่อยหรือ editions ให้เลือกเป็นจำนวนมาก ถ้านับรุ่นทั้งหมดก็ได้ 6 รุ่นเท่ากับ Vista ความแตกต่างของแต่ละรุ่นย่อยมีทั้งในแง่ฟีเจอร์ และในแง่การตลาดและช่องทางจำหน่าย</p>
<p>Editions ทั้งหมดของ Windows 7</p>
<ul>
<li><strong>Windows 7 Starter</strong> &#8211; สำหรับเน็ตบุ๊กเท่านั้น แถมมากับเครื่องเท่านั้น</li>
<li><strong>Windows 7 Home Basic</strong> &#8211; สำหรับประเทศกำลังพัฒนา แถมมากับเครื่องเท่านั้น (เทียบได้กับ Vista Starter)</li>
<li><strong>Windows 7 Home Premium</strong></li>
<li><strong>Windows 7 Professional</strong> &#8211; เทียบได้กับ Vista Business แค่เปลี่ยนชื่อ</li>
<li><strong>Windows 7 Enterprise</strong> &#8211; ขายเฉพาะ volume licensing ในตลาดองค์กร ไม่มีขายปลีก</li>
<li><strong>Windows 7 Ultimate</strong> &#8211; รุ่นท็อปสุด</li>
</ul>
<table cellpadding="5" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td><strong>Note:</strong><br />
สิ่งที่ต่างออกไปจาก editions ของ Vista มีดังนี้</p>
<ul>
<li>7 Starter มีไว้สำหรับเน็ตบุ๊กเท่านั้น ในขณะที่ Vista Starter ไว้สำหรับตลาดประเทศกำลังพัฒนา (รวมไทย)</li>
<li>Home Basic เอามาจับตลาดเดียวกับ Vista Starter คือประเทศกำลังพัฒนา (รวมไทย)</li>
<li>Professional เทียบได้กับ Vista Business แค่เปลี่ยนชื่อ</li>
<li>Ultimate ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเข้ามาจาก 7 Enterprise (ต่างจาก Vista ที่ Vista Ultimate เป็น superset ของ Vista Enterprise) ดังนั้นความแตกต่างมีแค่ว่าขายปลีกหรือขายผ่าน volume licensing เท่านั้น</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>เพื่อไม่ให้งงมากไปกว่านี้ ดูตารางเปรียบเทียบจะเข้าใจง่ายกว่าครับ ผมคัดมาเฉพาะส่วนสำคัญๆ ที่ต่างไปในแต่ละรุ่นย่อยเท่านั้น (หมายเหตุ: ราคาเป็นราคาขายปลีกในสหรัฐ/ราคาอัพเกรดในสหรัฐ)</p>
<div><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/amDYLc_1A6TZwrB5uZJRHQ?feat=embedwebsite"><img src="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi27ci2rTI/AAAAAAAACcI/8sPRlGIy4Ms/s800/windows7-editions.png" alt="" /></a></div>
<p>โดยสรุปแล้ว รุ่นย่อยที่คนทั่วไปจะพบเจอมีเพียง 3 รุ่นเท่านั้น คือ Home Premium, Professional และ Ultimate</p>
<div><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/wgcfH3V5gmNDXn5TfaxvNQ?feat=embedwebsite"><img src="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2W3UoJlI/AAAAAAAACbw/m-iK20eIys0/s144/Win7_HomePremium_web.jpg" alt="" /></a> <a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/oztfG7oK5UKRarEpD95KFg?feat=embedwebsite"><img src="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2XFQXD2I/AAAAAAAACb0/JxTt9PPObbI/s144/Win7_Professional_web.jpg" alt="" /></a> <a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/OFjNFCcdEu-Gt0CHkKd-nQ?feat=embedwebsite"><img src="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2XNCbABI/AAAAAAAACb4/uQCWyKG0lQg/s144/Win7_Ultimate_web.jpg" alt="" /></a></div>
<p>ความเห็นของผมคือ Home Premium นั้นพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปแล้ว ถ้าจำเป็นต้องใช้ Windows XP Mode สำหรับโปรแกรมบางตัวค่อยเขยิบไปใช้ Professional ส่วน Ultimate นี่มีคนต้องใช้ BitLocker กับส่วนติดต่อผู้ใช้หลายๆ ภาษาด้วยเหรอ?</p>
<p>ถ้าเป็นลูกค้าในประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ ซื้อรุ่นย่อยมาแล้วสามารถเปลี่ยนไปใช้รุ่นที่ใหญ่ขึ้นได้ผ่าน Windows Anytime Upgrade แต่ว่าไม่มีในประเทศไทย ส่วนราคาขายปลีกในประเทศไทย ผมกำลังสอบถามจากทางไมโครซอฟท์ เดี๋ยวได้ข้อมูลแล้วจะมาอัพเดตในรีวิวให้ในอนาคต</p>
<p>รีวิวนี้ทดสอบบน Windows 7 Ultimate แต่หลักๆ แล้วจะทดสอบแค่ฟีเจอร์ที่มีอยู่ใน Home Premium เท่านั้น ยกเว้นส่วนติดต่อผู้ใช้ภาษาไทยที่เกี่ยวข้องกับคนไทยโดยตรง (มีเฉพาะใน Ultimate)</p>
<p>ตารางเปรียบเทียบรุ่นของ Windows 7 ของเว็บไซต์อื่นๆ</p>
<ul>
<li><a href="http://windows.microsoft.com/en-US/windows7/products/compare-editions">Microsoft</a> (มีแค่ 3 รุ่นที่ขายปลีก)</li>
<li><a href="http://www.winsupersite.com/win7/review_choose.asp">Winsupersite</a></li>
<li><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Windows_7_editions">Wikipedia</a></li>
</ul>
<h4>การติดตั้ง</h4>
<p>การติดตั้ง Windows 7 เลือกได้ 2 แบบ คือ อัพเกรด และติดตั้งใหม่แบบ clean install</p>
<p>ในกรณีที่อัพเกรด (ข้อมูลเดิมยังอยู่ ลงทับได้) ทำได้ต่อเมื่อระบบปฏิบัติการเดิมเป็น Windows Vista เท่านั้น แถมต้องเลือก edition ให้ถูกด้วย โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าการเปลี่ยนรุ่นระบบปฏิบัติการใหญ่แบบนี้ควรใช้วิธี clean install มากกว่า (ภาษาบ้านๆ คือฟอร์แมตแล้วลงใหม่) แล้วค่อยๆ ปรับแต่ง ติดตั้งโปรแกรมใหม่จากศูนย์เพื่อให้ไม่มั่วครับ</p>
<p>ผมคงไม่ต้องเขียนถึงขั้นตอนการติดตั้งอย่างละเอียดนัก ขั้นตอนก็เหมือนการติดตั้งวินโดวส์รุ่นอื่นๆ บูตจากแผ่น DVD แล้วตอบคำถามเล็กน้อย เลือกพาร์ทิชันแล้วก็รอเท่านั้น ผมติดตั้ง Windows 7 แบบ clean ใช้เวลารวมประมาณ 20 นาที ต้องบูตใหม่ 2 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายจะมีหน้าจอ First Run ให้เราตั้งค่าที่จำเป็น เช่น ตั้งรหัสผ่าน เปิดอัพเดตอัตโนมัติ และที่น่าสนใจคือมีหน้าจอเลือกเครือข่าย Wi-Fi (หรือ LAN ถ้าเป็นพีซีตั้งโต๊ะ) ให้ตั้งแต่หน้าจอ First Run เลย</p>
<p>เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็จะเจอกับหน้าจอหลักของ Windows 7</p>
<div><a href="http://picasaweb.google.com/lh/photo/7sHUmopqQC5qkvCKcBPJzw?feat=embedwebsite"><img src="http://lh3.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2tT-5d4I/AAAAAAAACcE/iPoZA4_lQT8/s400/default-desktop.png" alt="" /></a></div>
<p>ตอนแรกยังไปได้ไม่ถึงไหนเลย ไว้ตอนหน้าจะเริ่มรีวิวตัว Windows 7 จริงๆ สักทีครับ</p>
<p>&#8211;ขอบคุณ<a href="http://www.blognone.com" target="_blank">blognone.com</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/p0pblog.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/p0pblog.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/p0pblog.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/p0pblog.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/p0pblog.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/p0pblog.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/p0pblog.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/p0pblog.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/p0pblog.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/p0pblog.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/p0pblog.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/p0pblog.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/p0pblog.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/p0pblog.wordpress.com/13/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=p0pblog.wordpress.com&amp;blog=10183379&amp;post=13&amp;subd=p0pblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/13/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8ddeff44a487b48e718fa86f0061c822?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">p0p</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2XFK3aiI/AAAAAAAACb8/cFC3EEIP8Iw/s800/Windows7_h_web.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://lh6.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi3hIxliRI/AAAAAAAACcM/2RlBKLEsg0U/s400/800px-Windows_Family_Tree.svg.png" medium="image" />

		<media:content url="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi27ci2rTI/AAAAAAAACcI/8sPRlGIy4Ms/s800/windows7-editions.png" medium="image" />

		<media:content url="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2W3UoJlI/AAAAAAAACbw/m-iK20eIys0/s144/Win7_HomePremium_web.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2XFQXD2I/AAAAAAAACb0/JxTt9PPObbI/s144/Win7_Professional_web.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2XNCbABI/AAAAAAAACb4/uQCWyKG0lQg/s144/Win7_Ultimate_web.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://lh3.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/Sqi2tT-5d4I/AAAAAAAACcE/iPoZA4_lQT8/s400/default-desktop.png" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>เปิดบล็อก</title>
		<link>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2009 06:19:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>p0p</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดตัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false"></guid>
		<description><![CDATA[เย้!!! ได้เปิดบล็อกของตัวเองซักที บล็อกนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้เขียน เทคโนโลยี ในชีวิตประจำวันและ เทคโนโลยีใหม่ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เกี่ยวกับนะครับ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=p0pblog.wordpress.com&amp;blog=10183379&amp;post=1&amp;subd=p0pblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เย้!!! ได้เปิดบล็อกของตัวเองซักที บล็อกนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้เขียน เทคโนโลยี ในชีวิตประจำวันและ เทคโนโลยีใหม่ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เกี่ยวกับนะครับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/p0pblog.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/p0pblog.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/p0pblog.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/p0pblog.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/p0pblog.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/p0pblog.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/p0pblog.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/p0pblog.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/p0pblog.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/p0pblog.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/p0pblog.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/p0pblog.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/p0pblog.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/p0pblog.wordpress.com/1/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=p0pblog.wordpress.com&amp;blog=10183379&amp;post=1&amp;subd=p0pblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://p0pblog.wordpress.com/2009/10/30/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8ddeff44a487b48e718fa86f0061c822?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">p0p</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
